วิเคราะห์ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2025
โพสต์เมื่อ : 25 ธ.ค 2567 เวลา 4:32 น.

1. Tariffs coming (90%)ความเสี่ยงที่การตั้งกำแพงภาษีระหว่างประเทศจะกลับมาอีกครั้ง มีโอกาสสูงถึง 90% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบหรือสินค้าจากต่างประเทศ การเพิ่มภาษีจะกระทบต่อกำไรของบริษัทและต้นทุนของผู้บริโภค
2. Nvidia earnings disappoint inflated expectations (90%) โอกาสที่ Nvidia จะรายงานผลประกอบการต่ำกว่าความคาดหวัง ซึ่งอาจเกิดจากความคาดหวังที่สูงเกินไปในตลาด AI และเซมิคอนดักเตอร์ หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม
3. US economy reaccelerates and animal spirits come back (85%) เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจกลับมาเติบโตอีกครั้งด้วยความมั่นใจของผู้บริโภคและนักลงทุน แต่การฟื้นตัวที่เร็วเกินไปอาจทำให้ Fed ยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นและตราสารหนี้
4. M&A/IPO activity rebounds (75%) การควบรวมกิจการ (M&A) และการเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO) มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของตลาดที่ฟื้นตัว แต่ต้องระวังความผันผวนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
5. Fed stops talking about r-star (70%) หาก Fed หยุดพูดถึงอัตรา r-star (r-star เปรียบเสมือน "เข็มทิศ" ที่ช่วยชี้วัดว่าอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ในระดับใดเพื่อให้เศรษฐกิจสมดุลและเติบโตอย่างยั่งยืน) อาจทำให้นักลงทุนขาดแนวทางในการคาดการณ์นโยบายการเงิน ส่งผลให้ตลาดขาดเสถียรภาพ
6. US inflation accelerates in Q1 (40%) อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจเร่งตัวขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2025 เนื่องจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการจำกัดแรงงานจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อ Fed ในการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
7. Fed raises interest rates in 2025 (40%) โอกาสที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2025 อยู่ที่ 40% หากเกิดขึ้นจริงจะเพิ่มต้นทุนของการกู้ยืมและลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น
8. US 10-year interest rates move above 5% before mid-year (40%) อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อาจเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5% ซึ่งจะกระทบต่อตลาดตราสารหนี้และภาคอสังหาริมทรัพย์
9. Probability of a recession in Germany (40%) โอกาสที่เยอรมนีจะเข้าสู่ภาวะถดถอยสูงถึง 40% ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปโดยรวม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออก
10. China outright recession in 2025 (33%) โอกาสที่จีนจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่ที่ 33% หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
11. Fiscal crisis in the US (10%) ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเกิดวิกฤตการณ์ทางการคลังอยู่ในระดับต่ำ แต่หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตลาดทั่วโลก
12. Probability of a US recession (0%) โอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2025 มีน้อยมากๆๆ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาดหุ้น
Ref : Chart from Torsten Slok, Chief Economist of Apollo Asset Management
@Wealthrepublic