2 เมษายน 2025 ตลาดยังคงผันผวน นักลงทุนรอความชัดเจน Reciprocal Tariff
โพสต์เมื่อ : 2 เม.ย 2568 เวลา 3:41 น.

S &P ปิดบวก +0.4% โดยตลาดยังคงผันผวน นักลงทุนรอความชัดเจน Reciprocal Tariff ที่จะมีผลคืนนี้ประมาณ 3.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
- ราคาทองคำ อยู่ที่ 3,113.65 ดอลลาร์/ออนซ์ (-0.30%) ซึ่งยังคงยืนราคาใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความไม่แน่นอน นักลงทุนเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
- ดัชนี ISM ภาคการผลิต ของสหรัฐในเดือนมี.ค. ลดลง 1.3 จุด มาอยู่ที่ 49 ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ (เดิมคาดว่าจะลดลงเพียง 0.8 จุด) สะท้อนความอ่อนแอของภาคการผลิต โดยผลสำรวจของผู้ที่ทำแบบสอบถามระบุว่า ภาษี, ความไม่แน่นอน และภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยกดดัน เนื่องจากผู้ผลิตไม่ทราบว่าภาษีจะกดดันความต้องการของผู้บริโภคสหรัฐฯ มากน้อยเท่าใด
📊 ตลาดยุโรป
- ดัชนี Stoxx600 (ยุโรป) ปิดบวก 1.07%
- PMI ภาคการผลิตยูโรโซน ลดลง 0.1 จุด เหลือ 48.6
🎯เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตาม
- ตลาดการเงินทั่วโลกในขณะนี้กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักจากการรอประกาศมาตรการ “ภาษีตอบโต้” (Reciprocal Tariffs) ครั้งใหญ่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยช่วงเช้ามืดตามเวลาประเทศไทย ซึ่งภาษีเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้ “ทันที” หลังประกาศ
- สิ่งที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดในขณะนี้ไม่ใช่ตัวมาตรการโดยตรง แต่คือ “ความไม่แน่นอน” ที่ปกคลุมตลาดการเงิน เพราะยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า ภาษีจะครอบคลุมสินค้าหรือประเทศใดบ้าง และจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน สร้างความลังเลในการวางแผนของนักลงทุนทั่วโลก
- ความไม่แน่นอนดังกล่าวนำไปสู่ความผันผวนของตลาดหุ้น การปรับลดคาดการณ์ GDP ของสหรัฐฯ โดยนักเศรษฐศาสตร์ และเพิ่มแรงกังวลของธนาคารกลางเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนนำเข้าที่อาจสูงขึ้น นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของ สกรัฐฯ ที่ออกมาก็ดูจะสนับสนุนความกังวลเช่นกัน
- วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังมุ่งเน้นที่จะรีดภาษีกับประเทศต่างๆ ประมาณ 15% ที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ "อย่างต่อเนื่อง" โดยยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ แต่คาดว่าประเทศเป้าหมายเหล่านี้จะใกล้เคียงกับรายชื่อที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระบุไว้ในประกาศของ Federal Register เมื่อเดือนที่แล้ว
- จากตัวเลขในปี 2024 ที่ผ่านมาพบว่า 15 เขตเศรษฐกิจที่ได้เปรียบเกินดุลการค้ากับสหรัฐมากที่สุด หรือ หรือ Dirty 15 เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่
1. จีน 2. สหภาพยุโรป (อียู) 3. เม็กซิโก 4. เวียดนาม 5. ไต้หวัน 6. ญี่ปุ่น 7. เกาหลีใต้ 8.แคนาดา 9. อินเดีย 10. ไทย 11. สวิตเซอร์แลนด์ 12. มาเลเซีย 13. อินโดนีเซีย 14. กัมพูชา 15. แอฟริกาใต้
- โดยขณะนี้มีบางประทศได้เข้าไปเจรจากับสหรัฐฯแล้ว อาทิ เวียดนาม ที่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐใช้มาตรการภาษีใหม่ พร้อมเตรียมซื้อสินค้าเกษตร เทคโนโลยีขั้นสูง และก๊าซ LPG จากสหรัฐเพิ่มขึ้น เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
@Wealthrepublic