24 พ.ย. 2025
โพสต์เมื่อ : 24 พ.ย 2568 เวลา 3:11 น.

📊 ตลาดหุ้นสหรัฐฯดีดกลับช่วงท้ายสัปดาห์ที่ผันผวน หลังประธาน fed นิวยอร์ก ส่งสัญญาณอาจลดดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
📈 Dow Jones +1.08% ที่ 46,245.41 จุด
📈 S&P 500 +0.98% ที่ 6,602.99 จุด
📈 Nasdaq +0.88% ที่ 22,273.08 จุด
📌 หลัง John Williams ประธาน fed นิวยอร์กส่งสัญญาณว่า fed อาจ “ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้” ตลาดจึงเพิ่มความเชื่อว่าเฟดมีโอกาสสูงจะ ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. โดยคำพูดจากสมาชิก fed ระดับสำคัญ ส่งผลให้ Fed funds futures ปรับคาดการณ์โอกาสการลดดอกเบี้ย 0.25% (ซึ่งจะเป็นการลดครั้งที่ 3 ของปี 2025) ขึ้นเป็นกว่า 70% จากไม่ถึง 40% เมื่อวันก่อน ตามข้อมูล CME FedWatch
📊 ถึงแม้ตลาดจะดีดกลับในวันศุกร์ แต่ดัชนีหลักทั้งสามยังปิดสัปดาห์ด้วยการปรับลงแรง:
Dow Jones -2%
S&P 500 -2%
Nasdaq -2.7%
📜 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี -2 bps อยู่ที่ 4.068%
📌 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง หลัง fed นิวยอร์กส่งสัญญาณว่ามี “พื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบาย” มากขึ้น ทำให้ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยพุ่งขึ้นเป็น 70%
🏆 ราคาทองคำ -0.3% ที่ 4,074.34 USD
🛢️ ราคาน้ำมัน Brent -1.3% ที่ 62.49 USD/bbl
💵 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ 100.21
🖇️ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.40 THB/USD
📊 ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงอีกครั้งในค่ำวันศุกร์ หลังถูกกดดันจากความผันผวนของหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ในคืนก่อนหน้า
🇪🇺 ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดลดลง -0.4%
📌 ดัชนี Stoxx Europe Technology ร่วง -2.3% ในค่ำวันศุกร์ หลังถูกกดดันจากความผันผวนของหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ในคืนก่อนหน้า ทั้งนี้ ตลาดยุโรปปิดทำการเร็วกว่าตลาดสหรัฐฯ ทำให้ ไม่ทันรับแรงดีดกลับของหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นช่วงท้ายคืนวันศุกร์ ส่งผลให้ดัชนียุโรปยังคงสะท้อนภาพลบและปิดโดยรวมในแดนลบ
📌 นอกจากนี้ กระแสข่าวเกี่ยวกับ “ข้อตกลงสันติภาพยูเครน” ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดัน Sentiment ในยุโรปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยรายงานหลายสำนักระบุว่า วอชิงตันและมอสโกกำลังเจรจาลับเพื่อยุติสงคราม ซึ่งอาจทำให้ประธานาธิบดียูเครน Volodymyr Zelenskyy ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก
🇬🇧 ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ +0.13%
🇩🇪 ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.80%
🇫🇷 ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส +0.02%
📊 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ร่วงแรง ในคืนก่อนหน้ากดดันหุ้นเทคเอเชียและบรรยากาศการลงทุนทั่วภูมิภาค
🇭🇰 ดัชนี Hang Seng ฮ่องกง -2.38% โดยดัชนี Hang Seng Tech -3.21%
🇨🇳 ดัชนี CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ ลดลง -2.44%
🇹🇼 ดัชนี TAIEX ของไต้หวัน -3.61%
📌 หุ้นไต้หวันปรับลงเกือบ 1,000 จุด ตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวในคืนก่อนหน้า ทั้งนี้ ดัชนี Taiex เพิ่งดีดขึ้นกว่า 800 จุด ในวันพฤหัสบดี สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงซื้ออยู่ แต่ถูกกดดันด้วย Sentiment จากสหรัฐฯ ทำให้โมเมนตัมกลับมาอ่อนตัวในวันถัดมา
🇯🇵 ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ร่วง -2.4%
ขณะที่ Topix ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
📌 SoftBank ดิ่งกว่า 10% นำแรงขายในหุ้นเทคฯ ญี่ปุ่น ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นแรงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. สอดคล้องคาดการณ์ตลาด และยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ BOJ ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย
📌ทั้งนี้ Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดกว้างต่อการเข้าแทรกแซงค่าเงิน “เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเงินเยนอ่อน” ตามมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐบาล สะท้อนถึงความกังวลของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ
🇮🇳 ดัชนี Nifty 50 ของอินเดีย -0.34% ขณะที่ Sensex -0.29%
🇻🇳 ดัชนี Vietnam Index -0.06%
ที่มา :
LHFund
Source: CNBC, investingcom, Tradingeconomics
,Focus Taiwan, Bloomberg
@Wealthrepublic