23 ก.ย. 2025
โพสต์เมื่อ : 23 ก.ย 2568 เวลา 3:58 น.

📊 ตลาดหุ้นสหรัฐทั้งสามปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ เมื่อคืนวันจันทร์
📈 Dow Jonesl +0.14% ปิดที่ 46,381.54 จุด
📈 S&P 500 +0.44% ปิดที่ 6,693.75 จุด
📈 Nasdaq +0.70% จุด ปิดที่ 22,788.98 จุด
📌 นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี Nvidia โดดเด่นจากข่าวลงทุน 100 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับกำลัง capacity อย่างน้อย 10GW ขณะเดียวกัน Apple พุ่งต่ออีก +4% ได้แรงหนุนจากยอดขาย iPhone รุ่นใหม่ที่ดีกว่าที่คาด
📌 ตลาดกำลังจับตาตัวเลข PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ติดตามเป็นหลัก โดยจะประกาศวันศุกร์นี้ และจะเป็นตัวชี้ทิศทางนโยบายการเงินที่เหลือของปี อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจับตาคือ ความเสี่ยง Government Shutdown สหรัฐฯ ก่อนเส้นตาย 30 ก.ย. หลังวุฒิสภาปฏิเสธข้อเสนอชั่วคราวจากทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครต
📜 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แตะ 4.15%
🏆 ราคาทองคำ ปรับขึ้นต่อ +1.66% ที่ 3,748.75 usd
🛢️ ราคาน้ำมัน Brent -0.04%ที่ 66.535 usd
💵 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ 97.325
🖇️ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.769
📊 ตลาดหุ้นยุโรปย่อตัวลงเล็กน้อยในค่ำวันจันทร์
🇪🇺 ดัชนี Stoxx Europe 600 -0.5% โดยส่วนใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมและตลาดหลักอยู่ในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มยานยนต์ร่วงหนักดัชนี Stoxx Europe Automobiles ร่วง -1.9%
🇬🇧 ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ +0.11%
🇩🇪 ดัชนี DAX ของเยอรมนี -0.48%
🇫🇷 ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส -0.30%
📊 ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดผสมผสานในวันจันทร์ หุ้นญี่ปุ่นและไต้หวันทำสถิติปิดสูงสุดใหม่
🇭🇰 ดัชนี Hang Seng ฮ่องกงลดลง- 0.76% ขณะที่ Hang Seng Tech Index ลดลง-0.58% จากความกังวลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น Rakasa
🇨🇳 ดัชนี CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ ขยับขึ้น +0.46%
📌ธนาคารกลางจีน (PBoC) คงอัตรา LPR หนึ่งปีไว้ที่ 3.0% และอัตรา LPR ห้าปีที่ 3.5% ตามคาด
🇹🇼 ดัชนี TAIEX ของไต้หวันปิดบวก+1.18% ที่ระดับ 25,880.60 จุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์
📌 แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก สภาพคล่องที่สูงขึ้น หลังเฟดปรับลดดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ก่อน กระตุ้นให้เงินทุนสถาบันต่างชาติไหลเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้น อีกทั้ง หุ้น TSMC ซึ่งมีน้ำหนักสูงสุดในตลาด ยังได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการพัฒนา AI เพิ่มเติม
🇯🇵 ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับขึ้น+0.99% ที่ 45,493.66 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ Topix เพิ่มขึ้น+ 0.49% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และสิ่งทอ
📌 นักลงทุนคาดการณ์ว่ารัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นจะเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุก
🇮🇳 ดัชนี Nifty 50 ของอินเดียลดลง -0.12% ขณะที่ Sensex ร่วง- 0.48% จากแรงขายในหุ้นกลุ่มไอที
📌 สหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B สำหรับแรงงานทักษะสูง ซึ่งชาวอินเดียคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ และส่วนใหญ่ทำงานให้บริษัทเทคโนโลยีจากอินเดีย ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อมุมมองกำไรในอนาคตของกลุ่มบริษัทไอทีอินเดีย
🇻🇳 ดัชนี Vietnam Index −1.46% บรรยากาศโดยรวมยังคงอยู่ในแดนลบหลักๆ หุ้นธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง โดยได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมมาจากนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังคงขายสุทธิ
🎯 ข้อมูลเศรฐกิจสำคัญที่น่าติดตาม
🗓️ วันอังคารที่ 23 ก.ย. 2025
🇯🇵 JP- ตลาดญี่ปุ่นปิด เนื่องในวันหยุด
🇪🇺 EU - S&P Global Composite PMI (ก.ย.)(คาด 51.1 , ก่อนหน้า 51.0)
- Manufacturing PMI (ก.ย.) (คาด 50.7, ก่อนหน้า 50.7)
- Services PMI (ก.ย.) (คาด 50.6, ก่อนหน้า 50.5
🇬🇧 UK - Services PMI (ก.ย.) (คาด 53.6, ก่อนหน้า 54.2)
- Manufacturing PMI (ก.ย.)(คาด 47.2 , ก่อนหน้า 47.0)
- Composite PMI (ก.ย.)(ก่อนหน้า 53.5)
🇺🇸 US - Services PMI (ก.ย.) (คาด 53.8, ก่อนหน้า 54.5)
- Manufacturing PMI (ก.ย.) (คาด 51.8,ก่อนหน้า 53.0)
- S&P Global Composite PMI (ก.ย.)(คาด 54.6, ก่อนหน้า 54.6)
- คำแถลงโดย Fed Chair Powell
ที่มา :
LHFund
Source: CNBC, investingcom, Tradingeconomics, Focus Taiwan, Reuters
@Wealthrepublic