Website-2025-08-04T101840

Website-2025-08-04T101840

ในวันที่ 1 สิงหาคม 2025 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเก็บภาษีนำเข้าใหม่จาก 69 ประเทศ โดยมีอัตราระหว่าง 10% ถึง 41% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 สิงหาคม 2025 อัตราภาษีโดยเฉลี่ยของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 18% จากเดิมเพียง 2.3% เมื่อปีก่อน โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่
• แคนาดา (35%)
• บราซิล (50%)
• อินเดีย (25%)
• ไต้หวัน (20%)
• สวิตเซอร์แลนด์ (39%)

โดยมีข้อยกเว้นและผ่อนผันให้ประเทศเม็กซิโก ได้รับการผ่อนผัน 90 วันจากภาษีนำเข้า 30% สำหรับสินค้าบางรายการที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง USMCA อย่างไรก็ตาม ภาษียังคงใช้กับสินค้าเหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง และรถยนต์

ผลกระทบต่อตลาดและเศรษฐกิจในวันประกาศ 1 ส.ค ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงหนัก Dow Jones -1.2%, S&P 500 -1.6% Nasdaq -2.2% ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรป ลดลงประมาณ 1.9% รายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมน่าผิดหวัง โดยการจ้างงานเพิ่มเพียง 73,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 100,000 ตำแหน่ง และทรัมป์สั่งปลดหัวหน้าสำนักสถิติแรงงาน (BLS) โดยกล่าวหาว่าข้อมูลอาจถูกบิดเบือน

การเก็บภาษีในครั้งนี้ถือเป็น การขยายภาษีการค้าที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุค 1930s โดยหลายประเทศแสดงความใม่เห็นด้วยและพยายามในการเจรจาลดภาษี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อินเดีย และแคนาดา เตรียมเจรจาหรือคัดค้าน และ สหภาพยุโรป (EU) ระมัดระวังในการตอบโต้ ประเทศจีน อินเดีย และเม็กซิโก กำลังเร่งเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเพิ่มเติม ทั้งนี้ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงจากการเก็บภาษีไดัแก่ สินค้าแฟชั่น ยา และค้าปลีก

⚠️คำแนะนำการลงทุน
ในสถานการณ์ที่ตลาดมีความผันผวน นักลงทุนควรเน้นการกระจายการลงทุนและไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ การพิจารณาปัจจัยพื้นฐานจะมีความสำคัญกับการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม 
 
สุจารี จันทร์สว่าง

อ้างอิง: investing.com

@Wealthrepublic