Website-2026-03-24T104828

Website-2026-03-24T104828





1. ปัจจัยกดดันหลักคือเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่ตั้งราคาในดอลลาร์แพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่นในภาวะสงครามนักลงทุนทั่วโลกมักไหลเข้าสู่ดอลลาร์ในฐานะ Safe Haven ซึ่งกดดันราคา Copper โดยตรง
2. Sentiment เชิงลบและความกลัวเศรษฐกิจถดถอย โลหะอย่าง Copper และ Nickel ปรับตัวลงตามอารมณ์ตลาด Risk-Off ที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอลลาร์แข็งค่า ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงพร้อมกัน ขณะที่ตลาด Emerging Markets เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากสกุลเงินที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ 
3. ต้นทุนการผลิต Copper สูงขึ้นจากการปิด Strait of Hormuz การปิด Strait of Hormuz ทำให้ซัพพลายกำมะถัน (Sulfur) จากอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 45% ของอุปทานโลก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนกระบวนการ Leaching ในอุตสาหกรรมเหมือง Copper โดยตรง 
4. หุ้นเหมืองขนาดใหญ่ต่างถูกแรงเทขายพร้อมกัน ได้แก่ Freeport-McMoRan, Southern Copper, First Quantum และ Ivanhoe Mines  มากกว่า 20% แม้บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการดำเนินงานในตะวันออกกลางโดยตรง


⛏️แต่พื้นฐาน Copper ยังแข็งแกร่ง น่าสนใจเนื่องจากกราฟ MM Copper Fundamental Index อยู่ที่ 3.22 (เพิ่มขึ้นจาก 2.96 เดือนก่อน) สะท้อนว่า Demand–Supply Balance ของ Copper ยังคงเอียงมาฝั่ง Tight อยู่ ซึ่งสวนทางกับราคาตลาดที่ปรับลง


⛏️นักวิเคราะห์ชี้ว่าความขัดแย้งอาจเร่งแนวโน้มระยะยาวที่เอื้อต่อ Electrification และความต้องการโลหะอุตสาหกรรม เนื่องจากความกังวลด้านพลังงานอาจผลักดันให้ประเทศต่างๆ เร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและสะสมโลหะเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ดีมานด์เชิงโครงสร้างยังคงมาจาก 3 แรงขับหลักที่ไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ AI Data Centers, การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และการขยายโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าทั่วโลก


@Wealthrepublic