LHHEALTH update
โพสต์เมื่อ : 2 ต.ค 2568 เวลา 4:20 น.

• ประธานาธิบดี Trump ประกาศเก็บภาษีนำเข้ายา 100% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ยกเว้นเฉพาะบริษัทที่เริ่มก่อสร้างโรงงานในสหรัฐฯ โดยหลังประกาศแม้หุ้นกลุ่ม Healthcare ยุโรปจะผันผวนบ้าง แต่ JPMorgan ประเมินว่าผลกระทบต่อยุโรปยังมีจำกัด เนื่องจากหลายประเทศสามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ด้วยการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ โดยระยะสั้นผลกระทบต่อกองทุน LHHEALTH ยังจำกัด เนื่องจากกองทุนลงทุนผ่านบริษัทผู้นำระดับโลกที่มีเครือข่ายซัพพลายเชนกระจายอยู่ทั่วโลก (LHHEALTH - Regional Allocation: US= 75%, EU= 20%, Japan=3.3% Australia 0.6%)
• แต่ นโยบาย IRA (กฎหมาย Inflation Reduction Act ที่ให้อำนาจ Medicare เจรจาต่อรองราคายา) และ MFN pricing (Most-Favored-Nation Pricing) (เริ่ม 2026 เป็นต้นไป) เป็นความเสี่ยงระยะกลาง ที่อาจจะกดเพดานราคายาในสหรัฐฯ และกด margin ของบริษัทยาใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อ Port ในส่วนของ Pharma
• อย่างไรก็ดี กองยังได้ประโยชน์จากการกระจายพอร์ตไป Biotech , Health Care Equipment และ Providers & Services ซึ่งมี growth drivers คนละทิศกับ Pharma (LHHEALTH- Sub-sector Allocation: Pharmaceuticals 38.35%, Biotechnology 22.63%, Health Care Equipment & Supplies 17.79%, Health Care Providers & Services 9.72%, Life Sciences Tools & Services 6.89%)
2) เรื่อง Pfizer
• Pfizer กับ Trump บรรลุข้อตกลง โดยให้ Pfizer ลดราคายาที่ขายในโครงการ Medicaid ของสหรัฐฯ ให้ใกล้เคียงราคาที่ Pfizer ขายในประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ
• Pfizer จะเข้าร่วมแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ TrumpRx ซึ่งขายยาแบบ Direct-to-Consumer (ผู้ป่วยซื้อเองโดยไม่ผ่านประกัน) โดยมีการลดราคาหลายผลิตภัณฑ์ 50% ถึง 85%
• โดยแลกกับ Trump จะให้ Pfizer ได้ยกเว้นภาษีนำเข้ายา (tariffs) เป็นเวลา 3 ปี ถ้า Pfizer ย้ายการผลิต/ลงทุนในอเมริกาเพิ่ม
• ราคาหุ้น Pfizer พุ่งขึ้น หลังข่าว เพราะนักลงทุนมองว่าขอบเขตของการลดราคาอาจจำกัดเฉพาะโปรแกรม Medicaid ไม่ใช่ทุกตลาด นอกจากนี้ การได้ยกเว้นภาษีนำเข้า 3 ปี จะช่วยลดต้นทุนให้ Pfizer ได้ช่วงหนึ่ง ซึ่งแนวทางนี้อาจสร้างโมเดล ให้บริษัทยาอื่น ๆ ต้องเดินตาม ซึ่งนับเป็นโอกาสสำหรับกลุ่ม Pharma/Healthcare ได้รับ Re-rating จากนโยบายใหม่ sector healthcare บวกเมื่อคืน
3) เรื่อง Eli Lilly
• Eli Lill ได้รับอานิสงค์ โดยอาจได้ดีลตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ตามโมเดล Pfizer sentiment healthcare sector
• Eli Lilly เอง ได้แรงบวกก่อนหน้านี้ จากความคืบหน้าของยา Orforglipron (weight-loss pill) ที่อาจได้รับ fast-track FDA ซึ่งหากอนุมัติเร็วกว่ากำหนด 1 ไตรมาส GS คาดรายได้เพิ่ม ~USD 1bn
• โดย Eli Lillyg เป็น Top10 holdings ของกอง LHHEALTH และเป็น key beneficiaries ของ structural growth ด้าน obesity treatment
สรุป กอง LHHEALTH ในช่วงที่ผ่านมา หากเทียบกับ Sector อื่น Health อาจไม่ perform เนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีโตเด่นจากธีม AI แต่สำหรับ outlook ระยะสั้น น่าจะบวกจาก catalyst ด้านข้อตกลงดีลทรัมป์ และ obesity drugs (Lilly) ขณะที่ ความเสี่ยงด้าน policy (IRA/MFN, ภาษียา) จะเริ่มกดดันมากขึ้นใน ระยะกลาง แต่การกระจายการลงทุนภายในกอง (Pharma, Biotech, Providers) ช่วยลดความผันผวนของ Port ได้
@Wealthrepublic