Website(72)

Website(72)



ตลาดหุ้นโลกเดือน ก.ย. ย่อตัวแรงก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยกองทุนหลักปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น +7.3% ในเดือน ก.ย. ดีกว่า ดัชนีอ้างอิง MSCI ACWI Index ที่ปรับตัวขึ้น +2.4% ในช่วงเวลาเดียวกันผู้จัดการกองทุนหลักให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นเติบโต (Growth Stocks) โดยจะลงทุนแบบกระจุกตัว ในหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน มีทีมบริหารที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งจะทาให้บริษัทเหล่านี้ มีโอกาสสร้างกำไร และเติบโตอย่างโดดเด่นในระยะยาว (Buy the stocks, not the market) 

🧑‍💻การปรับสัดส่วนการลงทุนในไตรมาส 3 กองทุนหลักมีการ “ขายหุ้น” ออกไป 2 ตัว ได้แก่ 1. Affirm ผู้ให้บริการการชำระเงินค่าซื้อสินค้าแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later)” ซึ่งแม้กองทุนหลักจะมองว่าธุรกิจนี้มีโอกาสในการเติบโต แต่ด้วยภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้จัดการกองทุนมองว่า บริษัทจะไม่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ได้อย่างยั่งยืน จึงได้ขายหุ้นที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2021 ออกไป และ 2. Kering เจ้าของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำของโลก ได้แก่ Gucci, Saint Laurent, Balenciaga และ Bottega Veneta โดยกองทุนหลัก มองว่า บริษัทเริ่มประสบปัญหาการพึ่งพารายได้จากแบรนด์ Gucci มากเกินไป (มากกว่า 50% ของรายได้รวม), การเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหาร, นาย François-Henri Pinault ผู้ร่วมก่อตั้ง เกษียณอายุ และไม่มีการลงทุนเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทำให้กองทุนทาการขายหุ้นดังกล่าวออกไปเพื่อแสวงหาโอกาสลงทุนในหุ้นอื่นๆแทน

ในเดือน ก.ย. หุ้นที่ส่งผลบวกต่อกองทุนหลัก (Positive Contribution) ได้แก่ หุ้นจีน Meituan และ Pinduoduo ตามตลาดหุ้นจีนที่ฟื้นตัวจากนโยบายกระต้นุ เศรษฐกิจที่ประกาศออกมาช่วงปลายเดือน ขณะที่หุ้นที่ส่งผลลบ (Negative Contribution) ได้แก่ หุ้น ELF ที่ปรับตัวลดลงกว่า -27% หลังบริษัทปรับลดประมาณการรายได้ในปีหน้าลงจาก 50% เป็น 25-27% ในปี 2025 และ ASML ที่ถูกกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจจีน และมาตรการกีดกันทางการค้าที่สหรัฐฯและเนเธอร์แลนด์เตรียมบังคับใช้ในการส่งออกชิปไปจีน ซี่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท อย่างไรก็ตี ราคาหุ้น ASML เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้พอสมควรช่วงต้นเดือน ต.ค. ขณะที่หุ้นที่ส่งผลบวกต่อกองทุนหลักในไตรมาส 3 ได้แก่ หุ้น Meituan จากการประกาศรายได้ที่เติบโตกว่า +21%YoY และมีฐานลูกค้าขยายตัวต่อเนื่องแตะระดับ 750 ล้านคน, Adyen ที่รายได้ขยายตัวได้ดี และ Samsara ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาซอฟแวร์ระบบจัดการด้านการขนส่งสินค้า และสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ขณะที่หุ้นที่ฉุดผลตอบแทนของกองทุนหลัก ได้แก่ หุ้น Moderna, ASML และ Dexcom ที่ปรับลดประมาณการรายได้ทั้งปี 2024 ลงมาราว 200-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

คำแนะนำในการลงทุน บลจ.วรรณ ยังมองว่า หุ้นเติบโตยังน่าสนใจ เนื่องจาก 1. มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง 2. มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีรองรับ รวมทั้ง 3. ภาวะเศรษฐกิจที่จะไม่หดตัวรุนแรงในระยะต่อไปสำหรับนักลงทุนใหม่และนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าว แนะนำ “ทยอยสะสม” กองทุน ONE-UGG แล้ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

กองทุนเปิด ONE-UGG-RA ณ วันที่ 30 ก.ย. 2567 สร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +13.52% เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ +14.89% และนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยที่ +12.36% ต่อปี ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เฉลี่ย +10.22% ต่อปี

@Wealthrepublic