ตลาดผันผวน…แต่ไม่ได้แปลว่า “ทุกตลาดไม่น่าลงทุน”
โพสต์เมื่อ : 10 ก.ย 2569 เวลา 8:23 น.

ตลาดช่วงนี้มีหลายปัจจัยเข้ามาพร้อมกัน ทั้ง Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ทำให้ความผันผวนอาจยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องเผชิญ
แต่ในมุมของพี่รี
ตลาดผันผวน ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดลงทุน
เพราะแต่ละประเทศ แต่ละ Sector และแต่ละบริษัท มีพื้นฐานและระดับราคาที่แตกต่างกัน
ช่วงนี้พี่รีจึงให้น้ำหนักกับ 3 ตัวแปรสำคัญ
🔹 Valuation
ราคาที่เรากำลังจ่าย สะท้อนความคาดหวังไปมากแค่ไหน และยังมี Margin of Safety หรือไม่
🔹 Earnings
กำไรของบริษัทยังเติบโตและรองรับราคาหุ้นได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายราคาหุ้นระยะยาวต้องกลับมาหาพื้นฐาน
🔹 Fund Flow
เงินกำลังไหลเข้าหรือออกจากตลาดไหน เพราะกระแสเงินทุนสามารถสร้างทั้ง Momentum และโอกาสจากการปรับฐาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ วันนี้เราเริ่มเห็นภาพที่แตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละตลาด
🇺🇸 สหรัฐฯ — ยังมีแรงสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรและ AI แต่ต้องเลือกมากขึ้นเมื่อ Valuation อยู่ในระดับสูง
🇯🇵 ญี่ปุ่น — ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างสนับสนุน แต่หลังตลาดปรับขึ้นมามาก การเลือกจังหวะและหุ้นมีความสำคัญขึ้น
🇰🇷 เกาหลีใต้ — การปรับฐานทำให้บางส่วนของตลาดกลับมาน่าสนใจ แต่ยังต้องติดตามวัฏจักร Semiconductor และ Memory
🇻🇳 เวียดนาม — ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าติดตามจากศักยภาพการเติบโตระยะยาว
🇹🇭 ไทย — ระดับราคาไม่ตึงตัวเมื่อเทียบกับหลายตลาด แต่ยังต้องรอปัจจัยกระตุ้นที่จะทำให้ Earnings และความเชื่อมั่นฟื้นชัดเจนขึ้น
ดังนั้นตลาดรอบนี้อาจไม่ใช่ช่วงของ
“ซื้ออะไรก็ขึ้น”
แต่เป็นช่วงของ Selective Investing
เลือกประเทศ • เลือก Sector • เลือกบริษัท • และเลือกซื้อในราคาที่เหมาะสม
ความผันผวนไม่ใช่เพียง “ความเสี่ยง”
สำหรับนักลงทุนที่มีแผนและมองระยะยาว ความผันผวนอาจสร้าง จังหวะในการทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่ดีขึ้น
Valuation + Earnings + Fund Flow
3 ตัวแปรที่พี่รีจะจับตา เพื่อมองหาโอกาสท่ามกลางตลาดที่ผันผวน
Sujaree Junsawang
Co-Founder & CEO, Wealth Republic
บทความนี้เป็นมุมมองเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน