ความหวังการฟื้นความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทยกับ THAIESG
โพสต์เมื่อ : 27 มิ.ย 2567 เวลา 7:10 น.

ความหวังการฟื้นความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทยกับ THAIESG
ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยที่มีผลงานอยู่ในอันดับรั้งท้ายของโลก ได้นำมาสู่มาตรการในการฟื้นความเชื่อมั่นที่ทางกระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงข่าวการฟื้นความเชื่อมั่นด้วยการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทุนในกองประหยัดภาษี THAIESG เพื่อสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นที่เป็นการลงทุนระยะยาว รวมถึงสนับสนุนการยกระดับความโปร่งใสและความมีธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน
การลงทุนในกองประหยัดภาษี มีหลายรูปแบบในปัจจุบันได้แก่กองทุนแบบดั้งเดิม LTF ที่รู้จักกันดีซึ่งหมดอายุไปแล้ว และมีกองแบบใหม่มาแทนที่ได้แก่กอง SSF ที่มีเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่ตอบโจทย์นักลงทุน รวมถึง THAIESG แบบเดิมที่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากมีการกำหนดระยะเวลาการถือครองที่นานและให้สิทธิประโยชน์ในวงเงินที่ต่ำกว่า LTF การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทย
THAIESGใหม่ ปรับเงื่อนไข 3 เรื่อง ได้แก่
1.การขยายวงเงิน ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท จากเดิมไม่เกิน 100,000 บาท
2.การปรับระยะถือครองลดลงเหลือ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ จากเดิม 8 ปี เพื่อดึงดูดกลุ่มคนอายุน้อย อาชีพอิสระที่รับความเสี่ยงการลงทุนในหลักทรัพย์ได้ แต่ต้องการสภาพคล่องสูงกว่า
3.การขยายนโยบายลงทุน ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินการที่สร้างความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในมิติที่ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิมที่มุ่งเน้นกิจการที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ให้เพิ่มเติมด้านธรรมาภิบาล (Governance) และส่งเสริมความโปร่งใส ให้ข้อมูลเชิงมูลค่าประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ส่งผลให้มีหลักทรัพย์ใน Universe เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200 หลักทรัพย์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 121 หลักทรัพย์
การคาดการณ์ผลต่อตลาดหุ้น
จากผลการศึกษาพบว่า เงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทุก 1 หมื่นล้าน จะส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) 25-27 จุด คาดเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านในปี 2567 และ 6-7 หมื่นล้านในปีถัดๆไป
กลุ่มเป้าหมาย
THAIESG เป็นทางเลือกที่ดีในการออมให้กับกลุ่มคนอายุน้อย อาชีพอิสระ และกลุ่มคนที่ลงทุนในวงเงินเกษียณ เช่น RMF ไม่เต็มจำนวน เนื่องจากการให้สิทธิลดหย่อนที่เพิ่มขึ้นมาที่ 30% เมื่อเทียบกับ LTF ที่ 15% ทำให้ผู้ที่เสียภาษีในระดับกลาง (เงินได้ต่อปี 7.5 แสน – 2 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของจำนวนผู้เสียภาษี มีทางเลือกที่จะออมเงินผ่านกองทุนลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น
นักลงทุนจะตอบรับหรือไม่
นักลงทุนที่มีฐานภาษีสูงและต้องการหาตัวเลือกในการประหยัดภาษี การลงทุนใน THAIESG จะได้ประโยชน์มากกว่ากองในรูปแบบเดิม เนื่องจากระยะเวลาการถือครองสั้นกว่าเพียง 5 ปีและได้วงเงินที่สูงขึ้นจาก THAIESG แบบเดิมจาก 1 แสนบาทเป็น 3 แสนบาท และนักลงทุนที่เสียภาษีระดับกลางก็จะได้ประโยชน์ในการใช้สิทธิลดหย่อนที่สูงขึ้นจากเดิม LTF ที่ได้เพียง 15% ของเงินได้ THAIESG ปรับเพิ่มเป็น 30% ของเงินได้ จึงคาดว่านักลงทุนจะตอบรับการลงทุน THAIESG แบบใหม่นี้ แต่ทั้งนี้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในความโปร่งใส ความมีธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน และปัญหาระบบการเทรดที่สร้างความได้เปรียบ เสียเปรียบ ควรจะได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่ลงทุนในระยะยาว
เลือกกองทุนอย่างไรให้ได้มากกว่าการประหยัดภาษี
ด้วยทางเลือกของการลงทุนที่หลากหลาย นักลงทุนควรจะพิจารณาในปัจจัยหลายๆด้านก่อนการตัดสินใจลงทุน ได้แก่นโยบายการลงทุน ประสบการณ์และผลงานการบริหารกองหุ้นไทย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ การเลือกกองทุนที่ผลงานดีจะทำให้การลงทุนได้ประโยชน์มากกว่าการประหยัดภาษี ดังนั้นจึงควรพิจารณาลงทุนในบลจ.ที่มีหลากหลายนโยบายให้เลือกและเปิดให้มีการย้ายกองทุนข้ามบลจ.ได้
จากข้อดีหลายๆด้านของกอง THAIESG แบบใหม่ จึงคาดว่านักลงทุนจะตอบรับการลงทุน แต่ทั้งนี้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในความโปร่งใส ความมีธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน และปัญหาระบบการเทรดที่สร้างความได้เปรียบ เสียเปรียบ ควรจะได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศในระยะยาว
สุจารี จันทร์สว่าง
@Wealthrepublic