RMFRetirementPlanningSeminarBanner
S__77996053
💰ST168 | RMF ครบกำหนดแล้ว…ควรทำอย่างไร?


ถือต่อ • ทยอยขาย • หรือลงทุนเพิ่ม?


💙 อายุ 55 ปี ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการลงทุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณ


นักลงทุนหลายคนสะสมเงินผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มาเป็นเวลานาน เมื่ออายุครบ 55 ปี และถือครองครบตามเงื่อนไขภาษีแล้ว ก็มักมีคำถามว่า…


“ควรขาย RMF ออกมาทั้งหมด หรือปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตต่อไป?”


ในมุมมองของพี่รี RMF ที่ครบเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบขาย เพราะการตัดสินใจควรพิจารณาจากรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ที่มีอยู่ และเป้าหมายการใช้ชีวิตหลังเกษียณ


วันนี้พี่รีชวนพิจารณา 3 ทางเลือกสำคัญค่ะ


1️⃣ ถือต่อ — ให้เงินลงทุนเติบโตระยะยาว


เหมาะกับผู้ที่ยังมีรายได้เพียงพอ มีเงินสำรอง และยังไม่จำเป็นต้องใช้เงินจาก RMF


✅ เปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตและได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนทบต้น


✅ ยืดระยะเวลาการลงทุนเพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณที่อาจยาวนานกว่า 20–30 ปี


✅ ทบทวนและปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้


ข้อคิด: การเกษียณจากการทำงาน ไม่ได้หมายความว่าเงินของเราต้องหยุดทำงานด้วย


2️⃣ ทยอยขาย — เปลี่ยนเงินสะสมเป็นกระแสเงินสดหลังเกษียณ


เหมาะกับผู้ที่เริ่มเกษียณแล้ว หรือต้องการนำเงินลงทุนมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต


✅ วางแผนถอนเงินตามความจำเป็น เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี


✅ รักษาเงินลงทุนส่วนที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตต่อไป


✅ บริหารเงินสำรองและสินทรัพย์ให้เหมาะสม เพื่อลดความจำเป็นในการขายกองทุนช่วงตลาดปรับฐาน


ข้อคิด: ความเสี่ยงสำคัญของวัยเกษียณ ไม่ใช่เพียงความผันผวนของตลาด แต่รวมถึงความเสี่ยงที่เงินออมจะหมดก่อนอายุขัย


3️⃣ ลงทุนเพิ่ม — หากยังมีรายได้ต่อเนื่องและต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี


ปัจจุบันหลายคนยังทำงานหรือประกอบธุรกิจต่อหลังอายุ 55 ปี ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ


หากยังมีรายได้ที่ต้องเสียภาษี การลงทุน RMF เพิ่มอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ


✅ สะสมความมั่งคั่งเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง


✅ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


✅ เลือกกองทุนที่เหมาะกับระยะเวลาลงทุนและเป้าหมายการใช้เงิน


ข้อคิด: อายุ 55 ปี ไม่ใช่ข้อจำกัดของการสร้างความมั่งคั่ง หากเรายังมีรายได้และมีแผนการลงทุนที่เหมาะสม


💡 สิ่งสำคัญกว่าการตัดสินใจขาย คือการจัดพอร์ต RMF ให้เหมาะกับชีวิตหลังเกษียณ


กองทุนที่เคยเหมาะกับเราในวัย 40 ปี อาจไม่ใช่กองทุนที่เหมาะสมที่สุดเมื่ออายุ 60 ปี


นักลงทุนจึงควรทบทวนสัดส่วนหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น รวมถึงพิจารณาสับเปลี่ยน RMF เพื่อปรับระดับความเสี่ยง โดยไม่จำเป็นต้องขายเงินลงทุนออกมาทั้งหมด


เพราะเป้าหมายของการลงทุนเพื่อเกษียณ ไม่ใช่การมีเงินก้อนใหญ่ที่สุดในวันที่หยุดทำงานเท่านั้น


แต่คือการมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย มีความมั่นคงทางการเงิน และมีอิสระในการใช้ชีวิตตลอดช่วงเกษียณ


💙 “RMF ที่ครบเงื่อนไข ไม่ใช่เงินที่ต้องรีบขาย แต่เป็นเงินที่ต้องบริหารให้ตอบโจทย์ชีวิตหลังเกษียณ”


📌 หมายเหตุด้านภาษี: โดยทั่วไป การขาย RMF โดยไม่ผิดเงื่อนไขต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถือหน่วยลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากการซื้อครั้งแรก และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง การลงทุนเพิ่มสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ โดยควรตรวจสอบสิทธิและผลของการขายหรือซื้อใหม่กับ บลจ. หรือผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจ


สำหรับพี่รี การวางแผนเกษียณที่ดีไม่ใช่เพียงคำถามว่า “เรามีเงินเท่าไหร่?” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “เงินที่มีจะดูแลชีวิตเราไปได้อีกนานแค่ไหน?”


⸻


Sujaree Junsawang
Co-Founder & CEO
Wealth Republic
Where Mindset Meets Money