4 มิ.ย. 2025
โพสต์เมื่อ : 4 มิ.ย 2568 เวลา 4:31 น.

📊 ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นในคืนวันอังคาร หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด ช่วยลดความกังวลที่ OECD ปรับลดคาดการฟณ์การเติบโตของ GDP สหรัฐลง
- Dow Jones +0.51%
- S&P 500 +0.58%
- Nasdaq +0.81%
📌 ตำแหน่งงานเปิดใหม่ของสหรัฐฯ สูงกว่าคาด สะท้อนว่าภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบจำกัด โดย Job Openings and Labor Turnover Survey) ประจำเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นเกินคาดการณ์ที่ 7.39 ล้านตำแหน่ง จากที่นักวิเคราะห์คาดไว้แค่ 7.1 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทต่างๆ ยังคงต้องการจ้างงานอยู่
📌 องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยขณะนี้ OECD คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวเพียง 1.6% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 2.2%
หุ้นรายตัว
📈 Nvidia ที่ปรับขึ้นเกือบ +3% และกลับมาแซง Microsoft ขึ้นเป็น บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกอีกครั้ง
📈 Broadcom +3%
📊 อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี -0.2 bps มาอยู่ที่ 4.458%
- ราคาน้ำมัน Brent Futures +1.6% ปิดที่ 65.63 ต่อบาร์เรล
- ราคาทองคำ -0.5% ปิดที่ 3357.01 usd
- ค่าเงินดอลลาร์ (DXY) +0.54% ปิดที่ 99.238
- ค่าเงินบาท อ่อนค่าที่ 32.632 บาทต่อดอลลาร์
📊 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกเล็กน้อย หลังเงินเฟ้อยูโรโซนต่ำกว่าระดับเป้าหมาย
🇪🇺 ดัชนี Stoxx 600 ปิดเพิ่มขึ้นเพียง +0.01%
📌 อัตราเงินเฟ้อของสหภาพยุโรป ในเดือนพ.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 1.9% YoY เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation) ซึ่งไม่รวมหมวดสินค้าที่มีความผันผวน เช่น พลังงานและอาหาร อยู่ที่ 2.3% YoY ลดลงจาก 2.7% YoY จากเดือนที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย เปิดทางให้ ECB อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 25 bps (0.25%) ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้
🇬🇧 FTSE 100 ของสหราชอาณาจักร ปรับขึ้น+ 0.13%
🇩🇪 DAX ของเยอรมนี เพิ่มขึ้น +0.64%
🇫🇷 CAC 40 ของฝรั่งเศส บวก+0.33%
📊 ตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางหลังจากตัวเลขกิจกรรมภาคการผลิตของจีนในเดือนพ.ค. หดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน
ก.ย. 2022
🇭🇰 ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง ปิดบวก +1.53%
🇨🇳 CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ ขยับขึ้น +0.31% ในภาวะการซื้อขายที่ผันผวน
📌 ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต Caixin/S&P Global อยู่ที่ระดับ 48.3 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ของ Reuters คาดไว้ที่ 50.6 และลดลงอย่างมากจากระดับ 50.4 ในเดือนเม.ย. โดยมีแรงกดดันจากคำสั่งซื้อส่งออกใหม่ที่ลดลงอย่างรุนแรง สะท้อนผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่เป็นอุปสรรคมากขึ้น
🇹🇼 ดัชนี TESE ของไต้หวัน +0.59%
🇯🇵 ญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ลดช่วงบวกลงและปิดทรงตัว ส่วนดัชนี Topix ลดลง -0.22%
🇮🇳 อินเดีย ดัชนี Nifty 50 ลดลง -0.64% และดัชนี BSE Sensex ร่วง -0.88% ตลาดรอการตัดสินใจของ ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เกี่ยวกับดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า RBI อาจลดดอกเบี้ยลง 25 bps
🎯 เหตุการณ์สำคัญที่น่าติดตาม
นักลงทุนกำลังจับตารายงานเศรษฐกิจของสหรัฐหลายฉบับในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันมีการประชุมของธนาคารกลางถึง 2 แห่งในสัปดาห์นี้
🗓️ วันนี้
🇺🇸 สหรัฐฯ: ISM Services PMI (พ.ค.)
🗓️ วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิ.ย.
🇪🇺 ยูโรโซน: ECB Interest Rate Decision ตลาดคาด ECB ลดดอกเบี้ย 25 bps เหลือ 2.00% ซึ่งจะเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 8 ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
🗓️ วันศุกร์ ที่ 6 มิ.ย.
🇮🇳 อินเดีย: การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ตลาดคาด ลดดอกเบี้ย 25 bps เหลือ 5.75%
🇺🇸 การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls)
🇺🇸 อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) เดือนพ.ค.
ที่มา : LHFund
Source CNBC, investing, Tradingeconomics
@Wealthrepublic